วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การเขียนรายงานโครงงาน

หลังจากที่เราได้เรียนรู้เรื่องการทำโครงงานโดยกระบวนการต่างๆและรู้ถึงการเขียนเค้าโครงของโครงงานมาบทนี้ เราจะมาเรียนรู้เรื่อง การเขียนรายงานโครงงานกันครับ การเขียนรายงานโครงงานเป็นกระบวนการสุดท้ายหลังจากที่ทำโครงงานเรียบร้อยแล้ว
การเขียนรายงานโครงงานมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำ ส่วนเนื้อเรื่อง และส่วนอ้างอิงดังนี
1. ส่วนนำ
    เป็นส่วนประกอบแรกของรายงานโครงงาน มีแนวทางเขียนดังนี้
    1.1 ปกนอก ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผุ้จัดทำโครงงาน ชั้น/ระดับ ชื่อครูทีปรึกษา สถานศึกษา และสังกัดสถานศึกษา
    1.2 ปกใน มีส่วนประกอบเหมือนปกนอก คือ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้จัดทำโครงงาน ชั้น/ระดับ ชื่อครูทีปรึกษา สถานศึกษา และสังกัดสถานศึกษา
    1.3 บทคัดย่อ เขียนอธิบายวิธีดำเนินการศึกษา ผลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปอย่างย่อ ๆ ด้วยความเรียงติดต่อกัน โดยทั่วไปนิยมเขียนไม่เกินหนึ่งหน้ากระดาษ
    1.4 คำนำ การเขียนคำนำ สามารถเขียนได้แบ่ง 3 ส่วน
          ย่อหน้าแรก กล่าวถึงจุดประสงค์ของโครงงาน
          ย่อหน้าที่สอง กล่าวถึงวิธีการดำเนินงาน
          ย่อหน้าที่สาม กล่าวถึงผลที่เกิดขึ้นจากโครงงาน รวมทั้งการกล่าวขอบคุณผุ้ที่เกี่ยวข้องและให้ความช่วยเหลือ คำนำควรมีความยาวไม่เกินหนึ่งหน้ากระดาษ และเขียน 3-4 ย่อหน้าตามความเหมาะสม
    1.5 กิตติกรรมประกาศ เป็นการกล่าวขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในการทำโครงงานจนประสบความสำเร็จ เพื่อให้ผู้เขียนได้แสดงถึงความกตัญญูรู้คุณ นอกจากนี้ ยังแสดงถึงความตั้งใจในการทำโครงงานอีกด้วย
2. ส่วนเนื้อเรื่อง
    บทที่ 1 บทนำ
    1.1 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน อธิบายความสำคัญของโครงงาน เหตุผลที่เลือกโครงงานนี้ หลักการทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน เรื่องที่ทำเป็นเรื่องใหม่หรือผู้อื่นเคยศึกษาไว้บ้างแล้ว ถ้ามีเหตุผลเป็นอย่างไร เรื่องนี้ทำเพิ่มเติมหรือปรับปรุงอย่างไร
    1.2 จุดประสงค์ของการศึกษา  หรือวัตถุประสงค์ของการศึกษา ถ้าเป็นโครงงานทดลองอาจจะใช้คำว่าจุดมุ่งหมายการทดลอง
    1.3 สมมุติฐานการศึกษา สมมุติฐานเป็นคำตอบที่คาดการณ์เรื่องหน้าโดยยังไม่มีการทดลอง ซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ การเขียนสมมุติฐานควรมีเหตุผล หรือทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์รับรอง และเป็นข้อความที่มองเห็นแนวทางการทดลองหรือสามารถทดสอบได้
    1.4 ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การจัดทำโครงงานโดยทั่วไปมักแบ่งตัวแปรเป็น 3 ประเภทดังนี้
          ตัวแปรต้น คือสาเหตุที่ทำให้เกิดผลต่าง ๆ หรือที่เราศึกษาและทดลองว่าสาเหตุที่เกิดผลนั้นเป็นจริงหรือไม่
          ตัวแปรตาม คือสิ่งที่เป็นผลจากตัวแปรต้น เมื่อตัวแปรต้นหรือสิ่งที่เป็นสาเหตุเปลี่ยนไปก็จะเปลี่ยนไปด้วย
          ตัวแปรควบคุม คือสิ่งอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากตัวแปรต้น ที่มีผลต่อการศึกษาซึ่งจะต้องมีการควบคุมเหมือนกัน มิเช่นนั้นอาจจะทำให้ผลการศึกษาคลาดเคลื่อน
    1.5 ขอบเขตการศึกษา เป็นการบอกว่าจะศึกษาเรื่องใด ภายใต้เงื่อนไขอะไรเป็นระยะเวลาเท่าไร
    1.6 สถานที่ทำการศึกษา  เป็นสถานที่ที่เราจัดทำโครงงานนั้น ๆ
    1.7 ระยะเวลาทำการศึกษา ระบุวันเดือนปีที่ทำการศึกษาตั้งแต่วันเริ่มต้นจยถึงวันสุดท้ายที่การศึกษาค้นคว้าสิ้นสุด
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
            เป็นการศึกษาเอกสารหรือโครงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอาจจะเป็นทฤษฏี หรือเป็นวิธีศึกษาค้นคว้าที่สอดคล้องกับหัวข้อที่สอดคล้องกับหัวเรื่องที่ทำโครงงานและต้องเขียนอ้างอิงแทรกในเนื้อหาที่กล่าวถึงเพื่อแสดงให้เห็นถึงแหล่งที่ค้นคว้ามา โดยอาจจะใช้อ้างอิงตามหลักสถาบันใดก็ได้ แต่ต้องใช้รูปแบบเดียวกันทั้งเอกสาร เช่น ถ้าเป็นแบบพิมพ์ภาษาไทย(ชื่อผู้แต่งและชื่อสกุล,ปีที่พิมพ์. หน้าที่ใช้อ้างอิง) เช่น ลมุล รัตนากร(2550:11-14)ได้ทำการศึกษาเกี๋ยวกับ.................
บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน
   3.1 วัสดุอุปกรณ์ ให้ระบุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำโครงงานให้ครบเพื่อจะได้จัดเตรียมให้ พร้อม เน เครื่องมือเครื่องใช้ สารเคมี อุปกรณ์ทางทดลอง ควรเขียนกันไปจนครบ
   3.2 วิธีการศึกษา เป็นการอธิบายลำดับขั้นตอนของการศึกษาอย่างละเอียด
บทที่ 4 ผลการศึกษา
   เป็นการนำเสนอข้อมูลได้จากการสังเกตุ ทดลอง ประดิษฐ์ แล้วจดบันทึกรวบรวมศึกษาค้นคว้า แล้วนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลมานำเสนอ ชึ่งเป็นข้อมูล 2 รูปแบบ คือ
        1. ข้อมูลเชิงปริมาณ อาจจะเป็นตารางหรือแผนภูมิ
        2. ข้อมูลเชิงคุณภาพ อาจจะเขียนในลักษณะข้อความแบบบรรยายสั้น ๆหรือมีภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ
 บทที่ 5 สรุปผลการทดลอง อภิปรายผล ข้อเสนอแนะ
    5.1 สรุปผลการศึกษา การสรุปผลการศึกษา ควรยึดจุดประสงค์ของการศึกษาเป็นหลัก แล้วเขียนสรุปผลตามจุดประสงค์ที่วางไว้
    5.2 การอภิปรายผล การอภิปรายผล เป็นการอ้างอิง ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นศึกษาไว้ว่ามีความสัมพันธ์สอดคล้อง หรือขัดแย้งกับผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้อย่างไร
    5.3 ข้อเสนอแนะ เป็นการเสนอความคิดเห็นที่มีต่อผลการศึกษาและการศึกษาครั้งต่อไป
3. ส่วนอ้างอิง   
   เป็นส่วนท้ายของการเขียนรายงานโครงงาน ได้แก่ บรรณานุกรมและภาคผนวก
นี่คือเนื้อหาของการเขียนรายงานโครงงาน บางครั้งอาจจดูเหมือนยุ่งยากซับซ้อนและเหมือนกับการวิจัย แต่เป็นกระบวนการที่สามารถฝึกทักษะการทำงานวิจัยเบื้องต้น เพื่อประโยชน์ในการศึกษาในอนาคตครับ
ในครั้งต่อไปจะนำเสนอ การจัดนิทรรศการโครงงานครับ ทั้งหมดนี้อ้างอิงจากคู่มือการจัดทำโครงงานของสถาบัน กศน.ภาคเหนือ กระทรวงศึกษาธิการครับ ถ้าหากอยากจะศึกษาเพิ่มเติม ให้เข้าไปที่ http://www.nfe.go.th/ ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น